| Research Title |
ความย้อนแย้งในกบฏผู้มีบุญภาคอีสาน(กรณีศึกษาหมอลำน้อยชาดา)สู่การสร้างสรรค์ศิลปะสื่อผสม |
| Date of Distribution |
13 July 2018 |
| Conference |
| Title of the Conference |
ศิลปกรรมวิจัย ครั้งที่4 อัตลักษณ์ศิลปกรรมจากรากสู่โลก |
| Organiser |
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น |
| Conference Place |
โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ.ขอนแก่น |
| Province/State |
ขอนแก่น |
| Conference Date |
13 July 2018 |
| To |
14 July 2018 |
| Proceeding Paper |
| Volume |
4/2561 |
| Issue |
1 |
| Page |
235 |
| Editors/edition/publisher |
|
| Abstract |
บทคัดย่อ
การวิจัยเพื่อสร้างสรรค์ในหัวข้อความย้อนแย้งในคำกลอนผญาในกบฏผีบุญอีสาน (กรณีศึกษาหมอลำน้อย ชาดา) สู่การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะสื่อผสม มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกบฏผีบุญในภาคอีสานโดยเน้นไปที่กรณีของกบฏผีบุญหมอลำน้อย ชาดา จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ให้เกิดองค์ความรู้ ด้วยแนวคิดความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นจากคำกลอนผญาของหมอลำน้อยชาดา และสภาพชุมชนในสมัยนั้น จนเกิดประเด็นแนวคิด ความล้าหลังทางวัฒนธรรมที่เกิดจากการขาดการพัฒนาด้านการศึกษาจากภาครัฐ จึงนำประเด็นดังกล่าวมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะ ในรูปแบบศิลปะสื่อผสม โดยได้กำหนดขอบเขตเนื้อหาของการวิจัยจากคำกลอนผญา และขอบเขตด้านพื้นที่ที่กบฏผีบุญหมอลำน้อยชาดา เข้ามาเกลี้ยกล่อมผู้คนคือหมู่บ้านเชียงเหียน อำเภอเมืองจังหวัดหาสารคาม
จากผลการวิจัยพบว่าการเกิดขึ้นของ กบฏผีบุญหมอลำน้อย ชาดา ที่บ้านเชียงเหียน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคามนั้นเกิดจาก สอง สาเหตุ คือ สาเหตุแรกเกิดจากสภาวะทางการเมืองการปกครองที่ยังไม่มั่นคง เนื่องจากประเทศไทยได้ เกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร โดยกลุ่ม คณะราษฎร ที่ได้ล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย และในช่วงนั้นรัฐบาลคณะราษฎร ยังถูกทำการปฏิวัติซ้อนโดย กบฏบวรเดช ซึ่งทำให้ประเทศเกิดภาวะไม่สงบ ทำให้กลุ่มของหมอลำน้อย ชาดา ใช้สถานการณ์ที่กล่าวมาสร้างสถานการณ์ และเรื่องราวที่มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับกบฏผีบุญภาคอีสาน พ.ศ.2444-2445 สาเหตุที่สอง เกิดจากการล้าหลังทางวัฒนธรรมส่งผลให้กลุ่มคนจำนวนมากได้หลงเชื่อและปฏิบัติตามคำกลอนผญาของ หมอลำน้อย ชาดา เช่น เอาหินแฮ่มาเก็บไว้เพื่อจะรอให้เป็นทอง หรือการใส่รองเท้าขาวที่ทำให้รองเท้าในแถบจังหวัดมหาสารคามขาดตลาด อีกทั้งยังมีผู้ที่หลงเชื่อปีนหลังคาเพื่อที่จะแสดงการเหาะเหิน จนทำให้ชาวบ้านต้องช่วยขอให้ลงมาเพราะกลัวจะเกิดอันตรายขึ้น เป็นต้น จากการลงพื้นที่และสัมภาษณ์ผู้รู้ ทำให้ได้ทราบถึงวิธีการ การใช้กลอนผญาเพื่อสร้างเครือข่าย และทราบผลกระทบของการกระทำที่เกิดขึ้นต่อคนในชุมชน ของหมอ ลำน้อยชาดา ที่ใช้คำกลอนผญา ที่มีลักษณะที่ย้อนแย้ง มีความเป็นอุปมาอุมัยไม่สามารถตีความได้โดยตรง ทำให้มีคนหลงเชื่อและปฏิบัติตามคำกลอนโดยปราศจากการไตร่ตรอง ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น มีลักษณะของการล้าหลังทางวัฒนธรรมที่เกิดจากชุมชนขาดการพัฒนาจากภาครัฐ ที่ไม่สามารถให้ความรู้ความเข้าใจแก่ชุมชนในขณะนั้นได้
จากข้อมูลดังกล่าวผู้วิจัยได้นำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะสื่อผสม โดยใช้ทฤษฏีหลังสมัยใหม่ ในแนวคิดของการเสียดสี ประชดประชัน ความเชื่อในเรื่องของโลกหน้าหรือโลกพระศรีอารีย์ที่เป็นจินตนาการของความสบายไม่ต้องดิ้นรน หลุดพ้นจากความลำบากทั้งปวง ต้องการอะไรก็สามารถที่จะไปหยิบเอาได้จากต้น กัลปพฤกษ์ รวมถึงการใช้แสงที่ส่องออกมาจากภาพฉลุเกี่ยวกับคำกลอนผญาของกบฎผีบุญบนต้นกัลปพฤกษ์ โดยมีนัยยะที่แสดงถึงความหวังในโลกพระศรีอารีย์ และผู้วิจัยได้ใช้วัสดุสำเร็จรูปที่เป็นเครื่องมือทางการเกษตรมาใช้ในผลงานศิลปะ เพื่อสื่อแสดงถึงความจริง ความอดทน ความพยายาม และการตั้งอยู่ในโลก ที่ต้องดิ้นรนและต้องต่อสู้ จึงจะได้รับความสำเร็จ จากการสร้างสรรค์ดังกล่าวทำให้เกิดการทบทวน และการตระหนักรู้ถึงสภาวะของความจริงของชีวิต ที่ต้องใช้ความพยายามความอดทนในการประกอบสัมมาอาชีพ โดยไม่ควรหวังถึงอนาคต จากคำทำนายหรือคำพยากรณ์ ที่อาจเป็นเพียงจินตนาการที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้จริง
|
| Author |
|
| Peer Review Status |
มีผู้ประเมินอิสระ |
| Level of Conference |
ชาติ |
| Type of Proceeding |
Full paper |
| Type of Presentation |
Poster |
| Part of thesis |
true |
| ใช้สำหรับสำเร็จการศึกษา |
ไม่เป็น |
| Presentation awarding |
false |
| Attach file |
|
| Citation |
0
|
|
|